ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการจัดการระบบโทรคมนาคมค่อนข้างซับซ้อน

24 April 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

14

ออสเตรเลียมีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่าเครือรัฐออสเตรเลียออสเตรเลียเคยเป็นประเทศอาณานิคม ของอังกฤษมาก่อน ปัจจุบันออสเตรเลียเป็นประเทศในจักรภพ ที่ตั้ง ประเทศอยู่บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และในขณะเดียวกันออสเตรเลีย ก็เป็นทวีปทีเล็กที่สุดในโลกด้วยออสเตรเลียเป็นประเทศ”ใหม่”แม้จะ มีประวัติความเป็นมาในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่ไม่ยาวนาน ไม่มี ร่องรอยอารยธรรมโบราณที่เป็นรากเหง้าของอารยธรรมโลก แต่ ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง มีธรรมชาติสวยงาม หลากหลาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเยือน มีเสน่ห์อย่างยิ่งด้วยความ มีน้ำใจและความเป็นกันเองของคนออสเตรเลียกับความสวยบริสุทธิ์ของ ธรรมชาติ

สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไป จะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ทัสมาเนียประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และร้อนสุดที่มณฑลตอนเหนือประมาณ 33-34 องศาเซลเซียสออสเตรเลียใช้สกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย โดย 1 ดอลลาร์ออสเตรเลียจะมีค่าเท่ากับ 100 เซ็นต์ และมีการแบ่งค่าของเงินดังนี้ คือ ค่าของธนบัตรมีแบบใบละ 5, 20, 50 และ 100 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญที่ใช้ จะมี 2 แบบคือเหรียญทอง จะมีเหรียญละ 1 ดอลลาร์ และ 2 ดอลลาร์ ส่วนเหรียญเงินจะมีแบบเหรียญละ 5, 10, 20 และ 50เซ็นต์ ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินบาทไทยอยู่ที่ประมาณ 30 AUD ต่อ 1 บาท

ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีการจัดการระบบโทรคมนาคมค่อนข้างซับซ้อน แต่โทรศัพท์สาธารณะที่สามารถโทรออกต่างประเทศนั้นสามารถหาได้ใช้ได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการไปรษณีย์, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, สถานีรถไฟหรือตามท้องถนนต่างๆ โดยมีทั้งแบบหยอดเหรียญ บัตรโทรศัพท์ และบัตรเครดิต การหาซื้อบัตรโทรศัพท์นั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป (Milk Bar) 7eleven ร้านขายอุปกรณ์สื่อสาร และร้านค้าของคนจีนในย่าน China Town ส่วนอัตราค่าโทรศัพท์ ในพื้นที่เดียวกันจะเริ่มต้นที่ 40 เซ็นต์ ส่วนอัตราค่าโทรศัพท์ทางไกลไปต่างประเทศนั้นจะมีหลายราคา ตั้งแต่ 80 เซ็นต์ต่อนาที ไปจนถึงประมาณ AUD$ 2.5 ต่อนาที ขึ้นอยู่กับประเทศที่โทรไป รหัสทางไกลระหว่างประเทศของออสเตรเลียคือ 61 ถ้าจะโทรทางไกลจากออสเตรเลียมาไทยให้กด 0011 ตามด้วย 66 และกดหมายเลขโทรศัพท์ของสถานที่ที่ต้องการ

การเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเลให้มีแต่ความสุข และสามารถสนุกสนานได้อย่างเต็มที่

05 February 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off


เมื่อเข้าช่วงหน้าร้อนสถานที่ท่องเที่ยวที่มักได้รับความนิยม ก็คงหนีไม่พ้นทะเลเป็นแน่เพราะความปลอดโปร่ง ของท้องฟ้าใส น้ำทะเลสีครามและ หาดทรายที่ขาวสะอาด คงทำให้ได้รู้สึกผ่อนคลายร้อนได้มากจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเลทางฝั่งอ่าวไทย หรือทะเลทางฝั่งอันดามัน ก็ล้วนแล้วแต่มีเสน่ห์ ในตัวเองที่แตกต่างกันแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน การเตรียมความพร้อมก่อนการท่องเที่ยวก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะเมื่อเราเตรียมพร้อมมาอย่างดีแล้ว การเที่ยวของเราครั้งนี้ก็มีแต่ความสุข และสามารถสนุกสนานได้อย่างเต็มที่ ไม่มีความกังวล เรามี เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ในการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวทะเล ที่ดูเหมือนเป็นเรื่อง ๆ ง่าย ๆ แต่เราก็ไม่ควรที่จะมองข้าม มานำเสนอ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปทะเล
สิ่งแรกที่เราควรที่จะคำนึงถึงเมื่อเราจะไปเที่ยวก็คือ สถานที่ ที่เราจะไป เราควรหาข้อมูล รายละเอียดของที่ ๆ จะไปให้มากที่สุด ควรรู้สภาพภูมิอากาศด้วยยิ่งดีจะได้เตรียมอุปกรณ์ ต่างๆ ให้พร้อมและเตรียมรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้ นอกจากภูมิอากาศแล้ว เรายังควรที่จะรู้ว่าที่ที่เราจะไปนั้นมีอะไรเป็นจุดเด่น มีกิจกรรมอะไรให้เราทำบ้าง กลับมาจะได้ไม่อายใคร ว่าไปแล้วไปไม่ถึง

การเตรียมเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสถานที่ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยเช่นกัน ควรเลือกให้เข้ากัน กับบรรยากาศชายทะเลสิ่งที่ต้องเตรียมก็เช่น ชุดว่ายน้ำ ผ้าผืนโต ๆ สำหรับปูนอนอาบแดด และพันกาย เสื้อกล้าม เสื้อยืดสบาย ๆ กางเกงขาสั้นที่ดูทะมัดทะแมง กางเกงชาวเล ที่ใช้ได้ทั้งการใส่นอน – ใส่เที่ยว แว่นกันแดด หมวกใบเก๋ รองเท้าแตะ โดยอาจเลือกเสื้อผ้าและรองเท้าให้มีสี เข้ากันเพียงสีเดียวหรือสองสีพื้น ๆ เพื่อจะสลับสับเปลี่ยนกันใช้ได้ เป็นการประหยัดเนื้อที่เวลาเก็บใส่กระเป๋าอีกด้วย

ขึ้นชื่อว่าไปเที่ยวทะเลแล้ว หลายคนก็คงรู้สึกเหมือนกันว่ากลับมาต้องดำแน่นอน เพราะอย่างที่รู้กันว่าทะเลเป็นที่ที่แดดแรงมากแต่ถ้าเรารู้จักวิธีการป้องกันมันก็คง ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด ดังนั้นสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเที่ยวทะเลลำดับต่อมา ก็คงหนีไม่พ้น ครีมกันแดด ซึ่งก็ควรเป็นครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF สูง ๆ ไว้ก่อนนะคะ ทางที่ดีน่าจะเกินกว่า 30 – 50 ขึ้นไป นอกจากครีมกันแดดแล้ว เมื่อเราไปที่ต่าง ที่ต่างถิ่นเราอาจจะไม่สบายเอาได้ง่าย ๆ เราก็ควรจะเตรียมยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ หรือพลาสเตอร์ยา เผื่อเอาไว้ยามฉุกเฉินด้วยนะคะ

นอกจากนี้ก็ยังมีข้าวของที่มองดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญไม่น้อยเลย เช่น ยาสระผม ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว ที่ขนาดปกติที่เราใช้ ๆ กันอาจจะมีขนาดที่ใหญ่โต ไม่สะดวกต่อการพกพา เมื่อเราจะไปเที่ยวเราก็อาจจะแก้ไขด้วยการแบ่งใส่ขวดแบ่ง บรรจุเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการพกพา เวลาไปเที่ยวนอกจากคุณจะต้องเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจจะ ลืมได้ก็คงจะเป็น กล้องถ่ายรูป เพื่อให้การเที่ยวของคุณแต่ละครั้งสมบูรณ์แบบ จึงจำเป็นต้องมีการเก็บภาพเป็นที่ระลึกไว้ให้ดูเมื่อกลับมา เป็นสิ่งที่ดีเสียอีกนะ เก็บภาพไว้ยังดีกว่าเก็บสิ่งของจากสถานที่นั้นมานะคะ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในการเตรียมตัว ก่อนที่จะออกเดินทางไปเที่ยวทะเล ที่หลาย ๆ คน อาจจะเห็นว่ามันเรื่องง่าย ๆ ที่มองข้ามไป แต่ถ้าเรามีความรู้เก็บไว้บ้าง บางทีทริปหน้าของเราอาจจะสะดวก สบาย และเตรียมตัวได้พร้อมมากขึ้นก็ได้

ท่องเที่ยวดินแดนอาทิตย์เที่ยงคืน ประเทศนอร์เวย์

28 January 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

ประเทศนอร์เวย์ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนอาทิตย์เที่ยงคืนหรือ The Midnight Sun เนื่องมาจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะโลกกลมและหมุนรอบตัวเองพร้อมกับโคจรรอบดวงอาทิตย์ด้วย โดยโลกจะเอียงแกนสลับเอาขั้วโลกเหนือ-ใต้หันเข้าหาดวงอาทิตย์ชั่วระยะหนึ่งใช้เวลาเท่าๆกัน คือประมาณ 4-6 เดือน โดยขณะที่โลกหันขั้วนั้นเข้าหาดวงอาทิตย์ ประเทศในแถบขั้วโลกนั้นก็จะเป็นฤดูร้อน ซึ่งปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เที่ยงคืน ณ โลกเหนือ จะเกิดขึ้นในบริเวณที่อยู่เหนือเส้นอาร์ติกเซอร์เคิล หรือประมาณเส้นละติจูดที่ 66 องศาเหนือ ทำให้ผู้คนในประเทศที่อยู่เหนือเส้นละติจูดนี้มองเห็นดวงอาทิตย์ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

เนื่องจากนอร์เวย์ตั้งอยู่ใกล้เขตขั้วโลกเหนือ จึงมีอากาศหนาวเย็นนานถึง 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายน ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 0 ถึง ติดลบ 40 องศาเซลเซียส โดยอากาศในกรุงออสโลจะหนาวที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม และมีหิมะตกตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายน ในช่วงฤดูหนาวระยะเวลากลางวันจะสั้นกว่าเวลากลางคืน โดยในเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีแสงแดดเพียงวันละ 0-6 ชั่วโมงเท่านั้น ฤดูร้อนในนอร์เวย์มีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม โดยมีอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูร้อนจะมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่าระยะเวลากลางคืน

นอร์เวย์เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติทางพื้นดิน ป่าไม้ และทะเลอย่างมาก โดยมีอุตสาหกรรมหลัก คือ อุตสาหกรรมการประมง อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ป่าไม้ อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ อุตสาหกรรมแร่ธาตุ จำพวกอลูมิเนียม สังกะสี ตะกั่ว และทองแดง และอุตสาหกรรมการต่อเรือ และอุปกรณ์ด้านการเดินเรือทะเล นอกจากนี้นอร์เวย์ยังมีอุตสาหกรรมการเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทางตอนใต้ของทะเลเหนือ รัฐบาลนอร์เวย์จึงพยายามที่จะดำเนินนโยบายที่จะให้หลักประกันต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเพื่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

นอร์เวย์เป็นรัฐสวัสดิการ มีนโยบายที่เน้นการนำรายได้ของรัฐมาสนับสนุนภาคบริการเพื่อเป็นหลักประกันทางสังคมแก่ประชาชนในด้านต่างๆ อาทิ การบริการรักษาพยาบาล การศึกษา การจัดระบบบำเหน็จบำนาญ และการดูแลผู้พิการและผู้สูงอายุ โดยลักษณะสำคัญของสังคมนอร์เวย์อีกประการหนึ่ง คือ การเน้นความเท่าเทียมกันในเรื่องเพศ ซึ่งทำให้สตรีชาวนอร์เวย์ได้รับสิทธิในการทำงานและสิทธิทางด้านสังคมอื่นๆ เช่นเดียวกับบุรุษ และนอร์เวย์เป็นประเทศที่ร่ำรวยมากที่สุดในลำดับต้นๆ ของโลก โดยรายได้หลักของประเทศมาจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งนอร์เวย์มีปริมาณสำรองมากเป็นอันดับ 2 และ 7 ของโลกตามลำดับ และรัฐบาลเป็นถือหุ้นหลักในบริษัท Statoil

มัลดีฟส์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆสำหรับคู่รักที่จะไปฮันนีมูน

18 December 2014 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

การดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ (Honey Moon)

เป็นตำนานในแถบยุโรปเหนือได้กล่าวถึงธรรมเนียมการ Honeymoon หรือการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ว่าเป็นคำเปรียบเปรยชีวิตคู่ เสมือนการขึ้นลงของพระจันทร์ ทั้งนี้เพราะในช่วงเดือนแรกของการแต่งงานนั้น บรรยากาศแห่งรักย่อมหวานหอมประดุจน้ำผึ้งนั้นเอง ส่วนในบางตำนานก็กล่าวว่าเป็นประเพณีในเดือนแรกที่คู่แต่งงานใหม่ต้องดื่มเหล้าน้ำผึ้ง เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของร่างกาย กระทั่ง มาถึงศตวรรษที่ 19 หลังพิธีแต่งงานคนยุโรปที่มีเงินมักจะนิยมเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ไม่ได้มาร่วมงานแต่งตามเมืองหรือประเทศต่างๆ และถือเป็นการท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายไปในตัวด้วยนั่นเอง

แม้ว่าสถานการณ์ตลาดการท่องเที่ยวในปัจจุบันได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ แต่การท่องเที่ยวกลุ่มฮันนีมูนและแต่งงานยังได้รับความนิยม เนื่องจากการท่องเที่ยวในลักษณะนี้มีความสำคัญในการบันทึกความทรงจำของชีวิตคู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูง ตลาดหลักในกลุ่มนี้คือ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และสแกนดิเนเวีย โดยประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่มีชื่อเสียง และเป็นที่นิยมในตลาดนี้ คือ ฮาวาย แคริบเบียน เม็กซิโก  ศรีลังกา และมัลดีฟส์

จากกระแสการเติบโตของการท่องเที่ยวเพื่อการแต่งงานและฮันนีมูน

ได้สร้างโอกาสและส่งผลให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีการวางแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเจาะกลุ่มคู่รักโดยเฉพาะ เช่น ฟิลิปปินส์กำหนดตำแหน่งทางการตลาดเจาะคู่แต่งงานชาวจีนและไต้หวัน โดยกำหนดให้เกาะเซบู เกาะปาลาวัน และเกาะโบราเคย์เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานและฮันนีมูนสำหรับคู่รัก เนื่องจากราคาค่าใช้จ่ายเหมาะสม ไม่แพงมาก โดยกำหนดกลยุทธ์การตลาดโดยการออก Road show และผลักดันให้เพิ่มเที่ยวบินจากจีนและไต้หวันมายังฟิลิปปินส์มากขึ้น มาเลเซียเน้นเจาะตลาดจากกลุ่มลูกค้าอินเดียและตะวันออกกลาง โดยกำหนดให้เกาะลังกาวีเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานและฮันนีมูนสำหรับคู่รัก ขณะที่อินโดนีเซียเลือกเกาะบาหลีเป็นสถานที่แต่งงานและฮันนีมูนสำหรับคู่รัก และกำลังขยายการท่องเที่ยวไปยังเมืองสุราบายา

แม้จะมีผู้พยากรณ์ว่าเกาะมัลดีฟส์ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียงแค่ 2.5 เมตร กำลังจะจมน้ำในอีกไม่ถึง 100  ปีข้างหน้า หลังเหตุการณ์สึนามิผ่านพ้นไปได้ไม่นานก็ตาม แต่ในปัจจุบันสถานที่บริเวณชายฝั่งของเกาะมัลดีฟส์ก็ได้รับการแก้ไขเสียใหม่ โดยความช่วยเหลือของหน่วยงานราชการจนทำให้สภาพของมัลดีฟส์กลับมาเป็นดังหาดสวรรค์ อันเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ของผู้คนที่แตกต่างออกไป ทั้งหน้าตา สีผิว วัฒนธรรม และประเพณี ไปจนถึงการได้ศึกษานิสัยใจคอของผู้คน ทั้งนี้โรงแรมและรีสอร์ทอันสวยงสมในมัลดีฟก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก สภาพพื้นที่บนเกาะส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกัน คือมีแนวน้ำตื้นๆให้เล่นกีฬาทางน้ำ พื้นที่สำหรับสน็อกเกิล มีชายหาดให้อาบแดด ซึ่งแต่ละสถานที่จะแตกต่างกันบ้างก็ตรงที่ Concept การตกแต่งและการจัดการของแต่ละแห่งนั่นเอง

การเตรียมตัวท่องเที่ยวเพื่อประสบการณ์ดี ๆ ที่เกิดขึ้น

24 November 2014 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

การท่องเที่ยวจัดได้ว่าเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับทุกช่วงวัยนะคะ เพราะเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ กับคนในครอบครัว หรือในหมู่เพื่อนสนิท  ได้เรียนรู้เปิดประสบการณ์สู่โลกใหม่  สัมผัสกับบรรยากาศ ความสวยงามของธรรมชาติ ลักษณะบ้านเมือง วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของแต่ละท้องที่ การท่องเที่ยวจะว่าไปแล้วไม่ว่าใกล้หรือไกลก็นับว่าเป็นกำไรของชีวิตคะ  เป็นการให้รางวัลตัวเองได้พักผ่อนจากการทำงาน   และจะเที่ยวทั้งทีให้สนุก ก็ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าค่ะ Tips เตรียมพร้อมก่อนเดินทางท่องเที่ยวมีอะไรบ้างนั้น มาลองดูกันค่ะ

เตรียมข้อมูล แน่นอนว่าก่อนไปเที่ยว นอกจากจะต้องวางแผนการลางาน บอกเจ้านาย และเพื่อนร่วมงานแล้ว การเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกใจ ถือเป็นเรื่องแรกที่ต้องเตรียมค่ะ หลังจากเลือกที่เที่ยวแล้วขาดไม่ได้เลยคือ การศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศหรือสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ว่ามีที่เที่ยวหรือกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง จะได้เตรียมตัวถูกค่ะว่า จะเป็นทริปเดินดูบ้านเมือง งานศิลปะ เดินชอปปิ้ง หรือว่าจะผจญภัย นอกจากเตรียมตัวรับสถานการณ์แล้ว การตรวจสอบสภาพอากาศถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้า รองเท้าได้อย่างเหมาะสม รวมถึงหากวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ จะต้องดูว่าประเทศนั้นๆ ต้องการวีซ่าหรือไม่ อย่าลืมตรวจสอบหนังสือเดินทางว่าใกล้หมดอายุหรือยัง เพราะต้องมีอายุการใช้งานคงเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทางนะคะ

เตรียมค่าใช้จ่ายการเตรียมเงินให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม บางท่านอาจเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่หลายท่านคิดถึงเฉพาะที่เที่ยว อาจยังไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่าเท่าไหร่ เรามาลองเช็คกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าคุณได้เตรียมการเผื่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้บ้างรึยังหากคุณเลือกไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ ซึ่งบริษัทกำหนดราคาทัวร์ไว้ชัดเจน อันนี้ง่ายค่ะ ในการเตรียมงบประมาณ เพราะทราบค่าใช้จ่ายที่ต้องจัดเตรียมที่แน่นอน แนะนำว่าก่อนตัดสินใจซื้อโปรแกรมทัวร์ ควรเปรียบเทียบราคาทัวร์อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด เช่น วันออกเดินทางต่างกัน ก็ทำให้ราคาอาจแตกต่างกัน ทัวร์ราคาถูกอาจยังไม่รวมค่าธรรมเนียมบางอย่าง ซึ่งเมื่อรวมค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วราคาอาจไม่แตกต่างจากบริษัทอื่น เดี๋ยวนี้ทัวร์ไปเที่ยวยังมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต การเลือกบริษัททัวร์ที่มีโปรโมชั่นจ่ายผ่านบัตรเครดิตผ่อน 0% เป็นเวลา 3 เดือน 6 เดือน  ก็มีข้อดีนะคะ เพราะจะช่วยให้คุณไม่ต้องเก็บออมเงินนาน สามารถไปเที่ยวได้เร็วขึ้น และยังสะสมคะแนนบัตรเครดิตได้อีกด้วย แต่ต้องอย่าลืมวางแผนการใช้เงินให้ดี ให้กลับมาจากเที่ยวแล้วเราจ่ายไหวด้วยคะ