ข้อดี 5 ข้อ กับการเที่ยว Backpacker ได้ด้วยตัวเอง

18 January 2017 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

บทละบท

 

- ได้รู้จักคน LOCAL

ถ้าไปทัวร์เราคงไม่ได้คุยกับคนท้องถิ่นเท่าไหร่ยกเว้นพนักงานโรงแรมและไกด์ แต่กับการเที่ยวเองเราจะได้พูดคุยสอบถามกับคนท้องถิ่นอย่างแน่นอน ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้มีค่ามากมายสำหรับนักเดินทาง บางทีเราได้รู้เรื่องเล่าดีๆ หรือแหล่งซื้ออาหาร ของที่ระลึก หรือจุดชมวิวดีๆ

- ได้ภาษา

ถ้าไปกันเองเราก็ต้องฝึกพูดภาษาก่อนไป ซึ่งส่วนใหญ่ภาษาสากลก็คือภาษาอังกฤษ ตามโรงแรมยังไงก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษ  ถ้าเราออกเดินทางบ่อยๆ ภาษาของเราจะดีขึ้นเอง

- มีเวลาเที่ยวมากกว่า

ปัญหาใหญ่ๆ ของการทัวร์หลาย ๆ ที่คือ เที่ยวตั้งแต่ 8โมงถึงราว 6 โมงเย็น จากนั้นก็ต้องกลับที่พักทั้งๆ ที่บางทีเราอยากจะเที่ยวต่อในช่วงกลางคืน หรือบางทีอาจจะอยากออกมาดูพระอาทิตย์ขึ้นแต่ถ้าไปกับทัวร์ก็จะทำแบบนั้นไม่ได้  ฉะนั้นการไปเองเราจะตื่นมาดูอาทิตย์ขึ้นตอนตี 5 จะดูดาวตี 3 ช็อปปิ้งจนเช้าก็ไม่ได้มีใครว่าเลือกเวลาได้ตามสบาย

- กำหนดเส้นทางได้เอง

บางครั้งเราอยากจะไปหลายๆ เมืองที่เราสนใจ แต่เส้นทางทัวร์ไม่ได้เอื้ออำนวย หรือคนหมู่มากไม่ได้สนใจเส้นทาง ปัญหานี้ไม่เคยเกิดกับนักเดินทางด้วยตัวเอง เพราะเราเลือกเส้นทางด้วยตัวเอง อยากวางแผนแบบไหนก็วางได้เลยไม่มีอะไรมากำหนด อยากไปสถานที่ที่เป็นรสนิยมส่วนตัว เช่น ไปดูคอนเสิร์ต ไปลุยป่า ไปปีนเขา ก็ทำได้หมดไม่ต้องเกรงใจใคร

- ได้ความตื่นเต้น

ถ้าเราไปกับทัวร์มักจะมีคนจัดการทุกอย่างให้เราทุกอย่าง ไม่ว่าจะรถเดินทาง ที่พัก อาหาร ที่เที่ยว  เรียกได้ว่าไม่ต้องคิดไม่ต้องเตรียมอะไรเลย ซึ่งจริงๆ ก็ทำให้เราสบายดี  แต่การไปเที่ยวเองนั้นจะให้ความตื่นเต้นที่ต่างกันออกไปเราต้องหาทุกอย่างเอง กำหนดเวลาเอง กางแผนที่ ดูตารางรถ ทั้งหมดนี้ทำให้มีกิจกรรมระหว่างการเดินทางมากขึ้น และส่วนใหญ่มักจะได้ประสบการณ์ที่ดีเพิ่มขึ้น

“ภูลมโล” หุบเขาสีชมพู

27 December 2016 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b9

ภูลมโล ตั้งอยู่ในตำบลกกสะทอน  อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และภูลมโลยังเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อ ของทั้งสามจังหวัดอีกด้วย ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย สิ่งที่ทำให้ภูลมโลเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวในเวลานี้ คือ เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่มีพื้นที่กว้างขวางนับ 1000 ไร่  นางพญาเสือโคร่งของภูลมโลจะไม่ได้มีให้ชมเพียงจุดเดียว แต่จะกระจายมีให้ชมในหลายจุดโดยจะบานแทรกตัวอยู่ในหุบเขา ป่าไม้และต้นหญ้า ภูลมโลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติ ที่สวยงามของขุนเขา และอากาศที่หนาวเย็นโดยนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือน ม.ค. ของทุกปี ทั้งนี้ในแต่ละปีจะบานไม่ตรงกัน ก่อนเดินทางนักท่องเที่ยวต้องเช็คข้อมูลให้ดีไม่งั้นก็อาจจะพลาดเห็นช่วงที่สวยที่สุดไปได้

%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b9-1

ส่วนการเดินทางนั้นท่านสามารถขึ้นไปบนภูลมโลได้ 3 เส้นทางให้เลือก คือ

  1. เส้นทางจากพิษณุโลก ใช้เส้นทางหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่สามแยกบ้านแยง เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2013 ไปอำเภอนครไทย ก่อนถึง อ.นครไทย ให้เลี้ยวขวาไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ระยะทางจนถึงที่ทำการอุทยานฯ 125 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านร่องกล้าที่อยู่ภายในอุทยานฯ อีก 9 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 134 กิโลเมตร
  2. เส้นทางจากเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหมายเลข 21 มุ่งหน้า อ.หล่มสัก จากนั้นเบี่ยงซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองก่อนถึงสี่แยกหล่มสัก จะเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข 12 จากนั้นจะเจอสามแยกให้เลี้ยวขวาเข้าสู่หมายเลข 2372 ขับตรงไปจนเจอทางแยกซ้ายมือขึ้นภูทับเบิกเป็นทางหลวง 2331 เป็นทางลาดชันและทางโค้งหักศอก ราว 18 กิโลเมตร จนถึงด่านเก็บเงินค่าเข้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากนั้นเดินทางต่อไป ยังบ้านร่องกล้า ที่อยู่ภายในอุทยานฯ อีก 21 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 96 กิโลเมตร
  3. เส้นทางจากจังหวัดเลยผ่านอำเภอภูเรือเข้าสู่ตำบลโคกนาม ไม่ต้องเข้าอำเภอด่านซ้ายเพราะจะอ้อมให้ใช้ถนนเส้นหล่มเก่า หล่มสัก ตรงอย่าง เดียวผ่านบ้านถึงโป่งชี และบ้านน้ำพุง เมื่อถึงบ้านน้ำพุงมีทางแยกขวาเขียนว่าวัดป่าพุทธประทับ เลี้ยวขวาตรงไปมีป้าย บอกทางขึ้นไป ภูลมโล สำหรับใครที่ใช้บริการรถนำเที่ยวของชมรมกกสะทอน ที่ทำการจะอยู่ก่อนถึงทางขึ้นภูลมโล มีป้ายบอก จากที่ทำการไปจนถึง จุดกางเต้นท์ภูลมโลใช้เวลาขึ้นประมาณ 1 ชั่วโมง

%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a5-%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b9-2

ภูลมโลถือว่าเป็นกระแสอยู่อย่างมากในขณะนี้ และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างยิ่งในหมู่นักผจญภัยที่อยากไปสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนภูลมโล พร้อมสัมผัสความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่าซากุระเมืองไทยนั้นเอง

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าปีใหม่นี้จะไปท่องเที่ยวที่ใด ภูลมโลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ

10 สถานที่ท่องเที่ยวแห่งฤดูหนาวจากมุมต่างๆ ของโลก

07 December 2016 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

41

หน้าหนาวนี้ อยากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในหน้าหนาวที่น่าสนใจ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวประเภทดอยในเมืองไทย สำหรับไปชมดอกไม้บานฤดูหนาว ชมทะเลหมอกและแม่คะนิ้ง รวมทั้งที่เที่ยวเล่นหิมะ เล่นสกีและที่ซ้อปปิ้งหน้าหนาวในเมืองนอก คุณอยากไปเที่ยวแนวไหน งบเท่าไหร่ก็จัดมาได้เลย รับรองว่า 10 ที่เที่ยวเด็ดๆ ต่อไปนี้ จะทำให้หน้าหนาวของคุณมีสีสันสวยงามอย่างแน่นอน

1.ปาย-ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

“เมืองสามหมอก” แห่งแดนเหนือของไทย ปายและปางอุ๋งเหมือนเมืองในหมอก- ดินแดนในฝันที่ตัดตัวออกจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ที่นี่จะมีแต่ความสงบเงียบ ผ่อนคลายเหมือนอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติและขุนเขา อีกทั้งน้ำใจไมตรีอันแสนอบอุ่นของชาวเขาและชาวบ้านที่เป็นมนต์เสน่ห์มัดใจนักท่องเที่ยวต่างถิ่นให้ไปเยือนอยู่ไม่ขาดสาย ที่เที่ยวในแถบนี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแห่ง เช่น วัดกลาง วัดน้ำฮู วัดพระธาตุแม่เย็น น้ำตกหมอแปง น้ำตกแม่เย็น น้ำตกม่วงสร้อย น้ำตกผาเสื่อ กองแลน แค้มป์ช้างลุงน้อย อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โป่งน้ำร้อนเมืองแปง และโป่งน้ำร้อนท่าปาย

2.ไร่ชา ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือดอกซากุระเมืองไทยบานในช่วงหน้าหนาว โดยปกติแล้วมักจะเริ่มบานตั้งแต่เดือนธันวาคมจนไปถึงราวเดือนกุมภาพันธ์ มากไปกว่านั้นในยามเช้าที่ดอยแม่สลองแห่งนี้ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกชั้นดีที่คุณจะได้เห็นปุยหมอกระยอดเขา พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์กันแบบเต็มๆ ปอดที่ถึงแม้อาจจะหนาวไปบ้าง แต่ก็ถือเป็นบรรยากาศที่แสนสบายสำหรับเมืองร้อนแบบบ้านเรา นอกจากนั้นดอยแห่งนี้ยังมีที่เที่ยวอีกหลายแห่ง เช่น ไร่ชาอู่หลงชื่อดังหลายไร่ สวนผลไม้เมืองหนาว หมู่บ้านสันติคีรี พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี สุสานนายพลต้วน และอนุสรณ์สถานทหารจีนคณะชาติ

3.ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

ขึ้นชื่อเรื่องสถานีเกษตรหลวงอ่างขางที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ไม้ดอก-ไม้ผลเมืองหนาว และยังเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวชมดอกซากุระบานเมืองไทย การมาเยือนดอยอ่างขางแน่นอนว่าจะได้ลิ้มรสสตอเบอรี่หอมหวาน ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ รวมไปถึงผลไม้เมืองหนาวประเภทอื่นๆ นอกจากนั้นแล้วยังจะได้ชมสวนพฤกษศาสตร์สวยงามหลายสวน เช่น สวนบอนไซ สวนคำดอย สวนแปดสิบ และโรงเรือนดอกไม้ และในบริเวณรอบๆ ดอยอ่างขางก็ยังมีหมู่บ้านชาวเขาและที่เที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกด้วย เช่น หมู่บ้านหลวง หมู่บ้านนอแล หมู่บ้านขอบด้ง เส้นทางศึกษาธรรมชาติบ้านคุ้ม-บ้านนอแล และจุดชมนกหายากบ้านป่าแม่เผาะ

4.ภูกระดึง จังหวัดเลย

ติดท็อปที่เที่ยวไทยหน้าหนาวเสมอมา โดยเฉพาะในหมู่ขาลุยและคู่รัก เพราะเชื่อกันว่าพาแฟนไปทดสอบความแน่นแฟ้นที่ภูกระดึงนี่แหละเหมาะสุด เพราะมันต้องบุกป่า-ฝ่าดงขึ้นไปชมทะเลหมอก นอนดูดาวด้วยกัน ทั้งได้เห็นใจและได้โรแมนติกกันแบบสุดๆ อีกทั้งในช่วงปลายปีนี้ยังจะได้ชมชมใบสนแดงและธรรมชาติป่าเขาสวยงามที่สุดแห่งรอบปี ภูกระดึงมีที่เที่ยวจำพวกลานสน น้ำตกและถ้ำอยู่หลายแห่ง และจะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวให้ขึ้นเขาได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีราวเดือนตุลาคม-เดือนพฤษภาคม แต่เวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือน คือ ช่วงหน้าหนาวปลายปี-ต้นปี เพราะอากาศไม่ร้อน และไม่ต้องกลัวน้ำหลากจากพายุฝน

5.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

“เขาค้อ ทะเลหมอก” สโลแกนบอกสรรพคุณความงามของที่เที่ยวยอดฮิตในฤดูหนาวแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นสวิสเมืองไทย เพราะมีทั้งธรรมชาติสวยงาม มีอากาศหนาวเย็นและแน่นอนว่าต้องมีปุยหมอกยอดเขาให้ได้ชมกันอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังอยู่ไม่ไกลจากที่เที่ยวชื่อดังอื่นๆ เช่น ภูทับเบิก ที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งดอกกะหล่ำสุดลูกหูลูกตา พระตำหนักเขาค้อ พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ และหอสมุดนานาชาติเขาค้อ

6.หมู่บ้านโบราณชิราคาวาโกะ (Shirakawago Village) เมืองกิฟุ (Gifu) ใกล้กับเมืองโคมัสซึ (Komatsu) ประเทศญี่ปุ่น (Japan)

หมู่บ้านโบราณมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในหุบเขา เอกลักษณ์โดดเด่นของที่นี่ คือ บ้านหลังคาฟางแบบโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปีที่ยังคงยืนหยัดแข็งแรงท้าทายฤดูกาล ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านของชาวญี่ปุ่นที่ออกแบบการสร้างและเลือกวัสดุธรรมชาติชั้นดีมาใช้ในการทำที่อยู่อาศัย ในปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในแถบนี้ โดยทุกอย่างยังคงไว้ให้ใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพียงย่างก้าวแรกที่คุณได้เข้าถึงที่นี่ จะเหมือนตัดขาดจากความเจริญทางวัตถุของเมืองหลวง แต่กลับสัมผัสได้ถึงความสงบเรียบง่าย แต่กลับสบายตัวและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม จะมีนักท่องเที่ยวมากมายไปพักที่บ้านฟางเหล่านี้ เพราะนอกจากจะได้ชมธรรมชาติสวยงามของฤดูหนาวแล้ว ยังได้อิงเตาผิงในบรรยากาศบ้านหลังคาฟางที่แสนจะอบอุ่น ที่สำคัญ “โรแมนติก” สุดๆ ไปเลย

7.ยงเพียง สกีรีสอร์ท (Yongpyong Ski Resort) เมืองกังนึง (Gangneung) ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea)

แหล่งเล่นสกีและหิมะชื่อดังที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ และเป็นเดสติเนชั่นสกียอดนิยมของคนไทย เพราะนอกจากจะเดินทางไม่ไกลชั่วโมงบินแล้ว สกีรีสอร์ทแห่งนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งศูนย์อาหารนานาชาติขนาดใหญ่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ที่พักริมเขาแสนสบาย บริการกอนโดล่าขึ้นไปชมวิวสวยงามบนยอดเขา เนินสกีกว่า 25 แห่ง กิจกรรมเล่นหิมะสำหรับคนทุกวัน แถมยังไม่ไกลจากกรุงโซลอีกต่างหาก ที่สำคัญการเดินทางไปเล่นสกีที่นี่ก็ประหยัดกว่าไปสกีรีสอร์ทในแถบยุโรปอยู่โขเลยทีเดียว

8.ลิสบอน (Lisbon) ประเทศโปรตุเกส (Portugal)

เมืองยุโรปเก่าสวยงามที่โด่งดังเรื่องเสน่ห์ของบ้านเมืองที่น่ารักประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย อีกทั้งอัธยาศัยไมตรีของชาวเมืองนี้ก็แสนจะเป็นมิตร เมืองริมแม่น้ำทากัส (Tagus River) แห่งนี้เป็นทั้งเมืองท่าสำคัญมาหลายศตวรรษและยังเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำที่มีที่เที่ยวหลายแห่ง ทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ที่ชมงานศิลปะ และแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ และในช่วงปลายปีของเมืองนี้ก็มีอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวจัด อีกทั้งยังไม่ใช่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของที่นี่ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่ทำร้ายกระเป๋าสตางค์ของคุณอีกด้วย

9.วียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย (Austria)

สำหรับการมาเที่ยวเวียนนาปลายปีโดยเฉพาะในช่วงใกล้เวลาเทศกาลคริสต์มาสนั้น จะเป็นช่วงที่เมืองนี้มีสีสันมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะตลาดคริสต์มาสที่เวียนนาถือเป็นเป็นตลาดเทศกาลคริสต์มาสที่ใหญ่และดีในอันดับต้นๆ ของโลก โดยจะจัดกันที่ในเขตเมืองเก่าเพื่อให้ได้บรรยากาศแบบอดีต แถมอาคารบ้านเรือนก็จะมีการประดับตกแต่งเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขกันอย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นวินเธอร์ วันเดอร์แลนด์ (Winter Wonderland) กันเลยทีเดียว อีกทั้งที่เที่ยวในเวียนนาก็มีหลายแห่ง เช่น โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ (Karlskirche-St. Charles’s Church) โรงอุปรากรแห่งชาติ พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn) พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace-Hofburg) พระราชวังเบลวาแดร์ (Belvedere) หอคอยดานูบ (Danube Tower) และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum)

10.คีย์สโตน (Keystone) ใกล้กับเดนเวอร์ (Denver) ประเทศสหรัฐอเมริกา (USA)

เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ริมเขาในเขตรัฐโคโลราโด (Colorado) ที่ขึ้นชื่อเรื่องบ้านเมืองที่น่ารัก ไฮไลท์อย่างหนึ่งของคีย์สโตน คือ มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง และมีบริการกอนโดล่าล่องเรือชมวิวขึ้นไปยังยอดเขา เรียกว่ากิ๊บเก๋ไม่หยอก นอกจากนั้นในช่วงปลายปีฤดูหนาว เมืองนี้ก็ยังเป็นที่เล่นสกียอดนิยมสำหรับครอบครัว เพราะสกีรีสอร์ทแห่งนี้เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เล่นฟรี มีกิจกรรมครอบครัวมากมาย ส่วนราคาผู้ใหญ่รวมไปถึงที่พักทั่วไปนั้นก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับสกีรีสอร์ทอื่นๆ ในประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว “รับลมหนาว” ในช่วงปีใหม่

17 November 2016 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

ปีใหม่เที่ยวไหนดี สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวมีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ? เป็นคำถามที่เป็นประเด็นกันในแวดวงพ้องเพื่อนอยู่ตลอด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหน้าหนาวปีนี้ใครยังไม่มีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศหรือยังมีวันลาหยุดที่บริษัทเหลืออยู่ นี่ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะชักชวนคนรู้ใจไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวต่างๆ ที่น่าสนใจ  เปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวในเมือง มากางเต้นท์ ชมทะเลหมอก สัมผัสไอหนาว นอนดูดาว เติมพลังชีวิต กระชับมิตรกับเพื่อนฝูงกับครอบครัว

1. จิมทอมป์สัน ฟาร์ม (นครราชสีมา)

ถ้าคุณต้องการเที่ยวแบบ One day Trip และชอบการท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงเกษตร จิมทอมป์สัน ฟาร์ม คือสถานที่ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ด้านการเกษตรและวัฒนธรรมต่างๆ เช่น เรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ชมการปลูกพืชผักแบบปลอดสารพิษ สัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ของชาวอีสาน และที่สำคัญที่สุดจะได้ชมธรรมชาติและบรรยากาศอันงดงามของทุ่งดอกไม้นานาชนิดแบบสุดลูกหูลูกตา โดยปกติจิมทอมป์สัน ฟาร์ม จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมปีละครั้ง

%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1

 

2. ดอยเสมอดาว (น่าน)

สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศการชมดาวทำให้คุณและคนรักได้มีค่ำคืนสุดโรแมนติก พร้อมกับการตื่นเช้ามาชื่นชมบรรยากาศทะเลหมอก 360 องศา เพียงแค่คุณเปิดซิปจากเต็นท์ก็สามารถเห็นวิวทะเลหมอก พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นในขณะที่กุมมือคนรู้ใจอยู่ข้างๆ ดอยเสมอดาวยังมีลานกว้างที่เหมาะสำหรับการตั้งเต็นท์และรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99

 

3. ดอยอ่างขาง (เชียงใหม่)

ดอยอ่างขาง หรือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยพืชผักผลไม้เมืองหนาวเป็นสิบชนิด รวมถึงดอกไม้นานาพรรณ ช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม อุณภูมิจะลดลงต่ำมากจนกระทั่งเกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็ง หรือ แม่คะนิ้ง นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมที่ดอยอ่างขางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขี่จักรยาน ดูนก เดินป่าศึกษาเส้นทางตามธรรมชาติ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกตามจุดชมวิว-จุดกิ่วลม และเยี่ยมชมวิถีชีวิตหมู่บ้านพื้นเมืองต่างๆ หลายๆ คนอาจรู้สึกคุ้นตาดอยอ่างขางในภาพยนตร์หรือละครดังเพราะเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพสวยงาม

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%87

 

4. ภูลมโล (เลย)

ภูลมโลได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ซากุระเมืองไทย” อย่างแท้จริง คุณจะได้ชมวิวดอกไม้บานสะพรั่งจากต้นพญาเสือโคร่งมากกว่าหนึ่งแสนต้นในพื้นที่ 1,200 ไร่ “ยอดภูโล” เป็นแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์เชิงธรรมชาติที่อยู่ระหว่างรอยต่อของสามจังหวัดทั้งพิษณุโลก เลย และเพชรบูรณ์ โดยปกติดอกไม้สีชมพูจากต้นพญาเสือโคร่งจะเบ่งบานพร้อมกันทั้งภูเขาในช่วงกลางของฤดูหนาว และในหนึ่งปีจะบานเพียงครั้งเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นจะร่วงโรยภายในสองสัปดาห์ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปชมต้นพญาเสือโคร่ง อย่าลืมที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเช็กช่วงเวลาในการท่องเที่ยวก่อนเข้าชม

%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a5

 

5. เขาช้างเผือก (กาญจนบุรี)

หากคุณเป็นคนชอบการผจญภัยและความท้าทายใหม่ๆ ในชีวิต การพิชิตเขาช้างเผือกคืออีกหนึ่งสถานที่ที่คุณควรไปซักครั้งในชีวิต ด้วยทัศนียภาพและวิวอันสวยงามจากเทือกเขาที่สลับซับซ้อนเป็นแนวยาว รวมถึงทางเดินบนยอดเขาที่คล้ายสันคมมีด ทำให้ทริปการเดินเขาของคุณเป็นไปได้ความสนุกน่าตื่นเต้น คุณจะได้สัมผัสหมอกบางๆ และเดินเหยียบเมฆที่อยู่รอบตัวคุณ เปรียบเสมือนว่าคุณกำลังอยู่บนสวรรค์และกำลังข้ามสะพามเมฆจากเขาช้างเผือกนี้ ในหนึ่งปีเขาช้างเผือกจะเปิดให้เข้าได้ 4 เดือนเท่านั้น คือ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม การเดินทางพิชิตยอดเขาครั้งนี้นอกจากต้องมีร่างกายที่ฟิตแข็งแรงแล้ว ยังต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ในการเดินทาง และต้องมีเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางในการผจญภัยครั้งนี้ด้วย

%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5

10 ขั้นตอน เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง แบบราคาประหยัด ( Eco tours)

21 September 2016 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

แนะนำ 10 ขั้นตอนสำหรับใครที่สนใจ อยากไปเที่ยวยุโรป แบบราคาประหยัด ( Eco tours ) ด้วยตัวเอง และไม่ต้องพึ่งทัวร์

dream_dest

ราคาประหยัด  คือ เที่ยวสไตล์เรา ถูกใจเรา ในราคาที่คุณกำหนดเอง  ซึ่งการวางแผนเที่ยวแบบประหยัด คุณควรจะวางแผนล่วงหน้าก่อนเดินทางไปเที่ยวอย่างน้อย 3-6 เดือน เนื่องจากการไปเที่ยว ต่างประเทศนั้น จะมีเรื่องการขอวีซ่า ซึ่งถ้าเป็นช่วงท่องเที่ยว คิวการขอวีซ่าจะรอนานค่ะ

  1. Trip duration กำหนดระยะเวลาที่จะไปเที่ยวซึ่งหมายถึง ออกเดินทางจากไทย และคิดว่าจะกลับไทย จำนวนวันที่แนะนำคือ 10 – 15 วัน ยกเว้นว่า คุณมีวันหยุดที่เยอะกว่านั้น  แต่อย่าลืมเรื่อง budget ค่ะ การอยู่นานขึ้นก็หมายถึงว่า budget ในการเที่ยวรอบนี้จะเพิ่มขึ้นด้วย
  2. Dream destination ควรจะ list สถานที่ หรือ เมืองที่อยากจะไป ตามลำดับก่อนค่ะ ทำทีเดียวเลยก็ได้ค่ะ เผื่อไว้ใช้เที่ยวครั้งถัดๆไป  (กรณีที่เที่ยวรอบนี้ ยังไม่ครบตาม wish list) เช่น อยากไป ปารีส  โรม เวนิส มาดริด เป็นต้น
  3. Find cheap flight หาตั๋วเครื่องบินให้ได้ แบบถูกที่สุดที่จะเป็นไปได้ โดยมากเป็นที่รู้กันดีว่า จองล่วงหน้า ยิ่งนานจะยิ่งถูก ที่เคยพบว่าถูกจริง คือ ไปจองตามงานท่องเที่ยว แนะนำแบบที่ ไป-กลับ คนละเมืองกันค่ะ ( multi-city )
  4. Draft your trip วางแผนสถานที่ที่จะไป เอาแบบคร่าวๆ โดยยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่พัก เช่น อยู่เมืองนี้ 3 วัน แล้วจึงจะเดินทางต่อไปอีกเมือง โดยคิดว่าจะเที่ยวแต่ละที่กี่วัน อย่าลืมตรวจสอบระยะทางหรือค่าโดยสารระหว่างเมืองด้วย  เพื่อไม่ให้เดินทางแบบย้อนไปย้อนมาและจะช่วยให้คุณประหยัดค่ารถ
  5. Target your budget อย่าลืมตั้งเป้าเรื่องเงิน คุณต้องคิดว่าการเที่ยวยุโรปรอบนี้ คุณเตรียมไว้ใช้จ่ายเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแนะนำว่าให้เข้าเฉพาะที่คุณสนใจหรือเฉพาะ museum ใหญ่ๆ ก็พอ ค่าของฝาก และ อื่นๆ ค่ะ โดยประมาณงบเป็นก้อนกลมๆ คร่าวๆ ก่อน
  6. Find your accommodation ที่พักควรอยู่ในย่านที่หาของกินง่าย ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เช่น พักที่นี่ซึ่งห่างจากที่ที่จะไปนั้นสามารถเดินเท้าได้ กรณีที่ที่พักอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยว อาจจะต้องพิจารณาพวกตั๋วที่เป็นแบบ  travel cards  1 day, 3 days เป็นต้น

ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกที่พักแบบที่มี kitchen เพราะว่าจะได้ทำอาหารกินเองแบบง่ายๆ เพื่อเป็นการประหยัดไปอีกขั้นค่ะ ส่วนวัตถุดิบหาได้จาก supermarket หรือ อาจจะพกอาหารกระป๋องจากเมืองไทยไปบ้างก็ได้ค่ะ

Hostel ราคาถูกๆ ดีๆ ในยุโรปนั้นมีค่อนข้างเยอะ ยิ่งถ้าคุณมีเพื่อนไปหลายคน การจองห้องนอนแบบรวม จะราคาถูกกว่าแบบ private  แน่ๆ เวลาจองอย่าลืมดู review rating ด้วย เพราะคนที่เคยไปมาแล้วจะบอกเราได้ว่า ข้อดี ข้อเสียของที่พักเป็นอย่างไร และที่สำคัญ คือเรื่องความปลอดภัย เผื่อคุณเที่ยวแล้วต้องกลับดึก หรือ เผื่อคุณต้องนอนรวมกับเพื่อนชาติอื่นๆ

  1. Choose your transportation อย่างที่เกริ่นไว้ใน ตอนต้นว่า การวางแผนการเดินทางนั้น ต้องไม่ย้อนไป ย้อนมา ยกเว้นว่าคุณตัดสินใจแล้วว่า จะพักที่นี่และจำเป็นต้องนั่งรถ ไปและกลับที่พัก ดังนั้น คุณควรพิจารณา การเลือกซื้อตั๋วเดินทางที่เป็นแบบ travel pass ซึ่งจะทำให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่า

ในยุโรประบบ transportation นั้นโอเคอยู่มาก การเดินทางข้ามประเทศภายในยุโรป สามารถทำได้โดย เครื่องบิน รถไฟและรถบัส กรณีที่คุณไปเที่ยวหลายประเทศ แนะนำให้เข้าไปเช็คราคาตั๋วรถไฟ euro pass ทั้งหลายก่อนว่า ราคาเท่าไหร่ ซึ่ง ราคาตั๋วจะขึ้นอยู่กับจำนวนวัน และจำนวนประเทศที่จะไป  จากนั้นก็เปรียบเทียบราคากับการซื้อตั๋วรถไฟแบบเที่ยวเดียว หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือพวก low cost airlines  ส่วนทางเลือกที่เสนอราคาแบบถูกสุดๆ คือ euro bus แต่ก็ใช้เวลาเดินทางนานกว่า เมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ ยกเว้นว่า คุณมีเวลาท่องเที่ยว แบบชิลๆ และไม่เร่งรีบอะไร

  1. Create your itinerary ตอนนี้ trip plan จะเป็นรูปร่างที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะประกอบไปด้วย วันที่เดินทาง เวลาออก เวลาถึง สถานที่จะเข้าพัก ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เดินทางยังไง และกลับวันไหน ซึ่ง plan นี้ จะใช้ เป็นหลักฐานประกอบ ตอนยื่นขอวีซ่าด้วยตัวเอง
  2. Apply for schengen visa จากที่เคยทราบ ถ้าไปหลายประเทศ ให้ขอประเทศที่เราจะไปพำนักนานสุด หรือ ขอวีซ่าที่ประเทศแรกที่เราจะบินไปถึงค่ะ ค่าวีซ่า ราว ๆ 60 ยูโร คือ ประมาณ 2700 บาท และ จะต้องเตรียมเอกสารต่าง ให้ครบ เช่น กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า เตรียมรูปถ่ายพื้นหลังสีขาว ใบรับรองสถานะทางการเงิน และ ใบรับรองจากที่ทำงาน  trip plan และ travel insurance  เป็นต้น และที่สำคัญคือ ต้องโทรไปนัดสถานทูตล่วงหน้า เพื่อขอคิว โดยมากราวๆไม่ 10. Prepare Trip manual ต้องอย่าลืมว่าไปเที่ยวครั้งนี้ เราจัดไปเอง ไม่มีไก้ด์คอยช่วยเหลือค่ะ  สำหรับคนที่พูดภาษาต่างแดนได้ คงไม่น่าจะมีปัญหาที่จะไปเที่ยวเอง แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาต่างแดน  อาจจะต้องทำคู่มือ เล็กๆน้อยๆ พกติดตัวค่ะ สรุปคร่าวๆ ได้ ดังนี้
  3. แผนที่ของที่พักและสถานที่ที่จะไป โดยปกติ อาจจะพิมพ์แผนที่ต่างๆ จาก internet (พิมพ์เฉพาะที่ที่เราต้องไปเท่านั้น) แล้วพอเราไปถึงที่พัก เราสามารถขอแผนที่เมือง​( city map) จากโรงแรมได้โดย ไม่จำเป็นต้องซื้อ เราไปพักเมืองไหนขอจากโรงแรมที่เราพักได้เลย
  4. สำหรับคนที่ไม่ถนัดเรื่องภาษา ให้เตรียมคำศัพท์พื้นฐาน จดใส่สมุด พกติดตัว จะบันทึกใส่มือถือก็ได้ค่ะ แต่ระวังเรื่องมือถือ battery หมด
  5. จดที่อยู่และเบอร์โทรสถานฑูตไทย ของประเทศที่จะไปเผื่อกรณีฉุกเฉิน
  6.   ตั๋วเดินทางควรจะพิมพ์และพกติดตัวไปด้วย

 

  1. Copy หน้า passport เก็บไว้กับตัว 1 ชุด หรือจะ scan ส่งเข้าเมลล์ตัวเองก็ได้ค่ะ
  2. อย่าลืมพก ยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วยเล็กน้อย เช่น แก้ปวดหัว ท้องเสีย แก้แพ้ เป็นต้น ควรเอาแบบมีฉลากยานะค่ะ เผื่อโดนตรวจจะได้ไม่มีปัญหา
  3. ขนมหรืออาหารแห้ง เผื่อเดินเที่ยวจนหิวและยังหาร้านอาหารทานไม่ได้
  4. น้ำปะปาที่ยุโรป สะอาดค่ะ ดื่มได้ อาจจะเตรียมกระติกน้ำแบบเบาๆ พกติดตัวไปด้วย

หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ขั้นตอนเยอะ ไหนจะต้องหาตั๋วถูก หาที่พัก ขอวีซ่าเอง ซึ่งดูยุ่งยาก แต่รับรองว่า เมื่อทำครั้งแรกได้เองสำเร็จ ครั้งต่อๆ ไป ก็คงง่ายขึ้นแน่ๆ ค่ะ