10 ขั้นตอน เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง แบบราคาประหยัด ( Eco tours)

21 September 2016 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

แนะนำ 10 ขั้นตอนสำหรับใครที่สนใจ อยากไปเที่ยวยุโรป แบบราคาประหยัด ( Eco tours ) ด้วยตัวเอง และไม่ต้องพึ่งทัวร์

dream_dest

ราคาประหยัด  คือ เที่ยวสไตล์เรา ถูกใจเรา ในราคาที่คุณกำหนดเอง  ซึ่งการวางแผนเที่ยวแบบประหยัด คุณควรจะวางแผนล่วงหน้าก่อนเดินทางไปเที่ยวอย่างน้อย 3-6 เดือน เนื่องจากการไปเที่ยว ต่างประเทศนั้น จะมีเรื่องการขอวีซ่า ซึ่งถ้าเป็นช่วงท่องเที่ยว คิวการขอวีซ่าจะรอนานค่ะ

  1. Trip duration กำหนดระยะเวลาที่จะไปเที่ยวซึ่งหมายถึง ออกเดินทางจากไทย และคิดว่าจะกลับไทย จำนวนวันที่แนะนำคือ 10 – 15 วัน ยกเว้นว่า คุณมีวันหยุดที่เยอะกว่านั้น  แต่อย่าลืมเรื่อง budget ค่ะ การอยู่นานขึ้นก็หมายถึงว่า budget ในการเที่ยวรอบนี้จะเพิ่มขึ้นด้วย
  2. Dream destination ควรจะ list สถานที่ หรือ เมืองที่อยากจะไป ตามลำดับก่อนค่ะ ทำทีเดียวเลยก็ได้ค่ะ เผื่อไว้ใช้เที่ยวครั้งถัดๆไป  (กรณีที่เที่ยวรอบนี้ ยังไม่ครบตาม wish list) เช่น อยากไป ปารีส  โรม เวนิส มาดริด เป็นต้น
  3. Find cheap flight หาตั๋วเครื่องบินให้ได้ แบบถูกที่สุดที่จะเป็นไปได้ โดยมากเป็นที่รู้กันดีว่า จองล่วงหน้า ยิ่งนานจะยิ่งถูก ที่เคยพบว่าถูกจริง คือ ไปจองตามงานท่องเที่ยว แนะนำแบบที่ ไป-กลับ คนละเมืองกันค่ะ ( multi-city )
  4. Draft your trip วางแผนสถานที่ที่จะไป เอาแบบคร่าวๆ โดยยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องที่พัก เช่น อยู่เมืองนี้ 3 วัน แล้วจึงจะเดินทางต่อไปอีกเมือง โดยคิดว่าจะเที่ยวแต่ละที่กี่วัน อย่าลืมตรวจสอบระยะทางหรือค่าโดยสารระหว่างเมืองด้วย  เพื่อไม่ให้เดินทางแบบย้อนไปย้อนมาและจะช่วยให้คุณประหยัดค่ารถ
  5. Target your budget อย่าลืมตั้งเป้าเรื่องเงิน คุณต้องคิดว่าการเที่ยวยุโรปรอบนี้ คุณเตรียมไว้ใช้จ่ายเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งแนะนำว่าให้เข้าเฉพาะที่คุณสนใจหรือเฉพาะ museum ใหญ่ๆ ก็พอ ค่าของฝาก และ อื่นๆ ค่ะ โดยประมาณงบเป็นก้อนกลมๆ คร่าวๆ ก่อน
  6. Find your accommodation ที่พักควรอยู่ในย่านที่หาของกินง่าย ใกล้แหล่งท่องเที่ยว เช่น พักที่นี่ซึ่งห่างจากที่ที่จะไปนั้นสามารถเดินเท้าได้ กรณีที่ที่พักอยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยว อาจจะต้องพิจารณาพวกตั๋วที่เป็นแบบ  travel cards  1 day, 3 days เป็นต้น

ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกที่พักแบบที่มี kitchen เพราะว่าจะได้ทำอาหารกินเองแบบง่ายๆ เพื่อเป็นการประหยัดไปอีกขั้นค่ะ ส่วนวัตถุดิบหาได้จาก supermarket หรือ อาจจะพกอาหารกระป๋องจากเมืองไทยไปบ้างก็ได้ค่ะ

Hostel ราคาถูกๆ ดีๆ ในยุโรปนั้นมีค่อนข้างเยอะ ยิ่งถ้าคุณมีเพื่อนไปหลายคน การจองห้องนอนแบบรวม จะราคาถูกกว่าแบบ private  แน่ๆ เวลาจองอย่าลืมดู review rating ด้วย เพราะคนที่เคยไปมาแล้วจะบอกเราได้ว่า ข้อดี ข้อเสียของที่พักเป็นอย่างไร และที่สำคัญ คือเรื่องความปลอดภัย เผื่อคุณเที่ยวแล้วต้องกลับดึก หรือ เผื่อคุณต้องนอนรวมกับเพื่อนชาติอื่นๆ

  1. Choose your transportation อย่างที่เกริ่นไว้ใน ตอนต้นว่า การวางแผนการเดินทางนั้น ต้องไม่ย้อนไป ย้อนมา ยกเว้นว่าคุณตัดสินใจแล้วว่า จะพักที่นี่และจำเป็นต้องนั่งรถ ไปและกลับที่พัก ดังนั้น คุณควรพิจารณา การเลือกซื้อตั๋วเดินทางที่เป็นแบบ travel pass ซึ่งจะทำให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่า

ในยุโรประบบ transportation นั้นโอเคอยู่มาก การเดินทางข้ามประเทศภายในยุโรป สามารถทำได้โดย เครื่องบิน รถไฟและรถบัส กรณีที่คุณไปเที่ยวหลายประเทศ แนะนำให้เข้าไปเช็คราคาตั๋วรถไฟ euro pass ทั้งหลายก่อนว่า ราคาเท่าไหร่ ซึ่ง ราคาตั๋วจะขึ้นอยู่กับจำนวนวัน และจำนวนประเทศที่จะไป  จากนั้นก็เปรียบเทียบราคากับการซื้อตั๋วรถไฟแบบเที่ยวเดียว หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือพวก low cost airlines  ส่วนทางเลือกที่เสนอราคาแบบถูกสุดๆ คือ euro bus แต่ก็ใช้เวลาเดินทางนานกว่า เมื่อเทียบกับแบบอื่นๆ ยกเว้นว่า คุณมีเวลาท่องเที่ยว แบบชิลๆ และไม่เร่งรีบอะไร

  1. Create your itinerary ตอนนี้ trip plan จะเป็นรูปร่างที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะประกอบไปด้วย วันที่เดินทาง เวลาออก เวลาถึง สถานที่จะเข้าพัก ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เดินทางยังไง และกลับวันไหน ซึ่ง plan นี้ จะใช้ เป็นหลักฐานประกอบ ตอนยื่นขอวีซ่าด้วยตัวเอง
  2. Apply for schengen visa จากที่เคยทราบ ถ้าไปหลายประเทศ ให้ขอประเทศที่เราจะไปพำนักนานสุด หรือ ขอวีซ่าที่ประเทศแรกที่เราจะบินไปถึงค่ะ ค่าวีซ่า ราว ๆ 60 ยูโร คือ ประมาณ 2700 บาท และ จะต้องเตรียมเอกสารต่าง ให้ครบ เช่น กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า เตรียมรูปถ่ายพื้นหลังสีขาว ใบรับรองสถานะทางการเงิน และ ใบรับรองจากที่ทำงาน  trip plan และ travel insurance  เป็นต้น และที่สำคัญคือ ต้องโทรไปนัดสถานทูตล่วงหน้า เพื่อขอคิว โดยมากราวๆไม่ 10. Prepare Trip manual ต้องอย่าลืมว่าไปเที่ยวครั้งนี้ เราจัดไปเอง ไม่มีไก้ด์คอยช่วยเหลือค่ะ  สำหรับคนที่พูดภาษาต่างแดนได้ คงไม่น่าจะมีปัญหาที่จะไปเที่ยวเอง แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดภาษาต่างแดน  อาจจะต้องทำคู่มือ เล็กๆน้อยๆ พกติดตัวค่ะ สรุปคร่าวๆ ได้ ดังนี้
  3. แผนที่ของที่พักและสถานที่ที่จะไป โดยปกติ อาจจะพิมพ์แผนที่ต่างๆ จาก internet (พิมพ์เฉพาะที่ที่เราต้องไปเท่านั้น) แล้วพอเราไปถึงที่พัก เราสามารถขอแผนที่เมือง​( city map) จากโรงแรมได้โดย ไม่จำเป็นต้องซื้อ เราไปพักเมืองไหนขอจากโรงแรมที่เราพักได้เลย
  4. สำหรับคนที่ไม่ถนัดเรื่องภาษา ให้เตรียมคำศัพท์พื้นฐาน จดใส่สมุด พกติดตัว จะบันทึกใส่มือถือก็ได้ค่ะ แต่ระวังเรื่องมือถือ battery หมด
  5. จดที่อยู่และเบอร์โทรสถานฑูตไทย ของประเทศที่จะไปเผื่อกรณีฉุกเฉิน
  6.   ตั๋วเดินทางควรจะพิมพ์และพกติดตัวไปด้วย

 

  1. Copy หน้า passport เก็บไว้กับตัว 1 ชุด หรือจะ scan ส่งเข้าเมลล์ตัวเองก็ได้ค่ะ
  2. อย่าลืมพก ยาสามัญประจำบ้านติดตัวไปด้วยเล็กน้อย เช่น แก้ปวดหัว ท้องเสีย แก้แพ้ เป็นต้น ควรเอาแบบมีฉลากยานะค่ะ เผื่อโดนตรวจจะได้ไม่มีปัญหา
  3. ขนมหรืออาหารแห้ง เผื่อเดินเที่ยวจนหิวและยังหาร้านอาหารทานไม่ได้
  4. น้ำปะปาที่ยุโรป สะอาดค่ะ ดื่มได้ อาจจะเตรียมกระติกน้ำแบบเบาๆ พกติดตัวไปด้วย

หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ขั้นตอนเยอะ ไหนจะต้องหาตั๋วถูก หาที่พัก ขอวีซ่าเอง ซึ่งดูยุ่งยาก แต่รับรองว่า เมื่อทำครั้งแรกได้เองสำเร็จ ครั้งต่อๆ ไป ก็คงง่ายขึ้นแน่ๆ ค่ะ

 

สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ที่น่าไปเยือนในปี 2015

16 October 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off
สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ที่น่าไปเยือนในปี 2015

สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ที่น่าไปเยือนในปี 2015

สถานที่ท่องเที่ยวปี 2015 จะมีที่ไหนเด็ดโดน ๆ กันบ้าง มาดูสถานที่น่าเที่ยวจากทั่วโลกในปี 2015 กันเลย
ใกล้จะถึงสิ้นปีแล้ว ปีเก่าผ่านไปปีใหม่ก็เข้ามาพร้อมกับสิ่งใหม่ ๆ เราเชื่อว่าหลายคนคงมีเป้าหมายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนหรือการงาน รวมทั้งการเริ่มต้นพัฒนาตนเองในทุกด้าน ไม่ว่าจะคิดสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนานะคะ แต่อย่าเครียดจนลืมหาเวลาผ่อนคลายด้วยการทำสิ่งที่ตนเองชอบ โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเติมแรงบันดาลใจ และใครที่ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดีในปี 2015 นี้

ญี่ปุ่น (Japan)
ไม่ว่าจะกี่ปีญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่ครองใจนักท่องเที่ยวได้เสมอ โดยสถานที่ยอดฮิตตลอดกาลคงจะหนีไม่พ้นภูเขาไฟฟูจิที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์กสำคัญของแดนอาทิตย์อุทัย นอกจากนี้ยังมีดอกซากุระที่เบ่งบานพร้อมส่งประกายสีชมพูในช่วงฤดูใบไม้ผลิ อีกทั้งญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่โดดเด่นเรื่องนวัตกรรมในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน มันจึงเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ซึ่งพร้อมจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้แวะเวียนเข้ามาเสมอ

ลิมา, เปรู (Lima, Peru)
สำหรับนักเดินทางที่เป็นทั้งขาเที่ยวและขากินตัวยงละก็ ลิมาน่าจะตอบโจทย์คุณได้ดี โดยการันตีจากรางวัล Latin America’s 50 Best Restaurants Awards ซึ่ง 8 ใน 50 ร้านอาหารดังกล่าวตั้งอยู่ในเมืองลิมานั่นเอง นอกจากนี้มันยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัฒนธรรมหรือเทศกาลอันน่าสนใจ แถมในย่านมิลาฟลอเรสยังมีตึกสีสันสวย ๆ เรียงแนวยาวให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาไปกับมัน ที่สำคัญความเรียบง่ายแต่น่าหลงใหลเช่นนี้เองที่ทำให้ลิมาเป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งห้ามพลาดในปี 2015 นี้

หมู่เกาะ Lofoten, นอร์เวย์ (Lofoten Islands, Norway)
ใครที่เป็นสาวกของอันนาและเอลซ่า สองเจ้าหญิงแห่งดินแดนน้ำแข็งก็ห้ามพลาดเลย เพราะหมู่เกาะ Lofoten ในประเทศนอร์เวย์ถือเป็นต้นแบบของ Arendelle ซึ่งเป็นอาณาจักรของเจ้าหญิงทั้งสองนั่นเอง ความงดงามที่เห็นในแอนิเมชั่นว่าตระการตาแล้ว แต่การันตีว่าของจริงนั้นงดงามยิ่งกว่า โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่หิมะโปรยปรายและปกคลุมจนภูเขาสีเขียวกลายเป็นขาวโพลน ก็ทำให้อดจินตนาการไม่ได้ว่าเรากำลังอยู่ในโลกของความจริงหรือโลกการ์ตูนกันแน่

อิหร่าน (Iran)
เชื่อเลยว่าหลายคนคงยังไม่แน่ใจว่าอิหร่านจะเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในปี 2015 นี้ แต่อย่าเพิ่งตั้งแง่กับประเทศในดินแดนตะวันออกกลางนะคะ เพราะอิหร่านนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมของมัสยิดอันวิจิตรงดงามและใหญ่โต โดยเฉพาะในเมืองอิสฟาฮานและเตหะรานที่เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามและมีธรรมชาติน่ายล

ล่องเรือตามแม่น้ำในยุโรป (River cruises in Europe)
ในปี 2015 นี้การท่องเที่ยวโดยล่องเรือไปตามแม่น้ำ ทะเล หรือมหาสมุทร ถือเป็นเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ เพราะคุณจะเพลิดเพลินไปกับวิวสวย ๆ ของผืนน้ำขนาดใหญ่พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใช้ชีวิตบนเรือไม่ว่าจะเป็นการกินหรือการนอน นอกจากนี้เรือจะแวะเข้าท่าในหัวเมืองท่องเที่ยวน่าสนใจต่าง ๆ ดังนั้นคุณยังจะเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมของสถานที่ต่าง ๆ ได้แบบไม่รู้เบื่อเลย ทั้งนี้ก่อนเดินทางก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนด้วยนะคะ ที่สำคัญสำหรับคนที่เมาเรือง่ายก็อย่าลืมพกยาติดตัวไปด้วย

เทศกาลท่องเที่ยวงานช้างจังหวัดสุรินทร์

06 October 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

p19g0qpbg91o8nsn084r111kldu5จังหวัดสุรินทร์เป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีการเลี้ยงช้างเป็นจำนวนมาก และมีการจัดงานแสดงของช้างเป็นงานประจำปีเพื่อแสดงถึงความสามารถของช้าง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ในงานจะมีการจัดนิทรรศการการออกร้านจำหน่ายสินค้าและการแสดงช้าง ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตความผูกพันระหว่างช้างกับชาวสุรินทร์ การจำลองพิธีกรรมเกี่ยวกับการเลี้ยงช้าง เช่น การคล้องช้าง การชักเย่อคนกับช้าง ช้างแข่งฟุตบอล การจำลองขบวนช้างศึกสงครามยุทธหัตถี

งานช้างสุรินทร์เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งแรกของประเทศไทยเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ความเป็นสุรินทร์ถิ่นเมืองช้าง และร่วมกันอนุรักษ์วิถีชีวิตคนเลี้ยงช้างซึ่งสืบทอดต่อกันมานับร้อยปี มีกิจกรรมที่อลังการน่าประทับใจ อาทิเช่น การต้อนรับช้างกว่า 300 เชือกกลับบ้าน ขบวนแห่รถอาหารช้าง บุฟเฟ่อาหารช้างใหญ่ที่สุดในโลก และการแสดงของช้างสุรินทร์ การประกวดรถตกแต่งอาหารช้าง โดยจะมีขบวนรถอาหารช้างที่ตกแต่งผลไม้พืชผักนานาชนิด กว่า 20 คัน นับเป็นอีกจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์นั้นก็คือ วัฒนธรรมของการอยู่รวมกันของคนกับช้างซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแห่งเดียวในโลกของทางจังหวัดสุรินทร์ เป็นศูนย์รวมของสมาชิกชุมชนคนเลี้ยงโดยรอบและหมู่บ้านอื่นๆในจังหวัดสุรินทร์ ภายในบริเวณมีศูนย์คชศึกษามีอาคารพิพิธภัณฑ์ สถานที่แสดงเรื่องราวความรู้ต่างๆที่เกี่ยวกับช้าง จัดแสดงประเพณีและวัฒนธรรมรวมไปถึงเครื่องแต่งกายต่างๆของชาวกูย บรรพบุรุษของผู้คนจังหวัดสุรินทร์ที่มีวิถีชีวิตความผูกพันเคียงคู่ช้างตั้งแต่แสดงวิถีความผูกพันระหว่างคนกับช้างที่มีมาอย่างช้านาน ตั้งแต่เกิดจนตาย และยังมีมีลานจัดแสดงช้างให้นักท่องเที่ยวได้ชม ความสารถที่ชาญฉลาดของสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีทั้งความน่ารักและแสนรู้ ทั้งยังได้เห็นถึงการร่วมมือของคนกับช้างในการแสดงด้วยสร้างความประทับใจของผู้ชมได้ทุกรอบการแสดง ในบริเวณใกล้เคียงมีหมู่บ้านชาวกูย ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชิวิตการเลี้ยงช้าง และยังมีร้านขายของที่ระลึกวัตถุมงคลที่ได้จากส่วนประกอบของช้าง

ญี่ปุ่นรับวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามาและนำมาประยุกต์ผสมผสานจนกลายเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่น

25 August 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

43

ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกของทวีปเอเชีย ในจำนวนเกาะทั้งหมดที่มีมากกว่า 6,800 เกาะ ญี่ปุ่นมีเกาะใหญ่อยู่ 5 เกาะ คือ เกาะฮอกไกโด ฮอนชูชิโคะคุ คิวชูและโอกินาวา ข้ามฝั่งทะเลไปทางเหนือจะเป็นดินแดน คาระฟุโตะหรือที่เรียกกันว่า ซาฮะริน กับไซบีเรีย ทางตะวันตกเป็นคาบสมุทรเกาหลีกับจีน ลักษณะทางภูมิประเทศที่เป็นเกาะนี้ ทำให้ญี่ปุ่นไม่ได้รับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของภาคพื้นทวีป แต่สามารถรับวัฒนธรรมจากภาคพื้นทวีปได้ และนับแต่ก่อตั้งประเทศเป็นต้นมา ญี่ปุ่นก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมของตนในขณะเดียวกันก็รับวัฒนธรรมจากภายนอกเข้ามา และสามารถนำมาประยุกต์ผสมผสานจนกลายเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง

เทศกาลปีใหม่เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ชาวญี่ปุ่นจะรับประทานโมจิ หรือซุปโมจิและจะไปไหว้พระขอพรที่วัด หลังจากนั้นก็จะนำต้นไม้ชื่อมัทซึ มาวางไว้ที่หน้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว และประดับด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงความซื่อตรง ซื่อสัตย์ เหมือนลำไผ่ และความอ่อนน้อมแต่แข็งแรงเหมือนต้นไผ่ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศ เทศกาลเซ็ตสึบุน  ชาวญี่ปุ่นจะนำถั่วแดงโปรยในบ้านและบริเวณนอกบ้านเพื่อไล่สิ่งไม่ดีออกจากบ้าน และให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้าน หลังจากนั้นก็จะรับประทานเมล็ดถั่วแดงจำนวนเท่ากับอายุของตนเอง เพราะเชื่อว่ารับประทานแล้วจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง เทศกาลวันเด็กผู้หญิงหรือฮินะมัทสึริ บ้านที่มีบุตรสาวจะนำตุ๊กตามาตั้งไว้ในบ้านเพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข

เทศกาลวันเด็กผู้ชาย คือวันที่ 5 พฤษภาคม เทศกาลนี้จัดขี้นสำหรับเด็กผู้ชายเท่านั้น บ้านไหนที่มีลูกชายจะประดับว่าวปลาคาร์ฟยาว 1-2 เมตรให้ปลิวไสวตามจำนวนบุตรชาย ในบ้านมีการจัดพิธีบูชาตุ๊กตานักรบ ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเกราะ หมวกเกราะหรือที่เรียกว่า โกะงัสสึ นิงเงียว เพื่ออธิษฐานขอให้บุตรชายที่รักมีสุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ยังมีการใช้ดอกโชบุและดอกคะชิวะและโมะติ ประดับไว้กับตุ๊กตานักรบที่ชื่อว่า Kabuto และมีการดื่มสาเกฉลองเช่นเดียวกับเทศกาลวันเด็กผู้หญิง  เทศกาลโอะฮานามิ เป็นเทศกาลชมดอกซากุระ จัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน-กลางเดือนเมษายน เป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ชาวญี่ปุ่นจะพากันออกมาชมความงามของดอกซากุระ ซึ่งพร้อมใจกันบานสะพรั่งรับฤดูใบไม้ผลิเป็นสีชมพูตลอดทางเทศกาลหิมะ Snow Festival  จัดที่ Sapporo ทุกเดือนกุมภาพันธ์ อากาศที่หนาวเย็น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมุ่งหน้าสู่เมืองซับโปโร บนเกาะฮอกไกโด เพื่อร่วมสนุกสนานกับเทศกาลหิมะ

7 เส้นทางท่องเที่ยวในฝันรอบโลก

30 July 2015 | By admin in ท่องเที่ยว | Comments Off

ใครที่หลงใหลการเดินทาง ก็คงอยากเดินทางนานๆ สักครั้งในชีวิต ฟังมาก็เยอะ อ่านมาก็แยะ แต่ยังไม่เคยได้ออกเดินทางจริงๆเลยสักที.. เอาล่ะ! จะให้คนอื่นเล่าให้ฟังอย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ ประสบการณ์การเดินทางเนี่ย มันต้องออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง!

7 เส้นทางท่องเที่ยวในฝัน ของนักเดินทางหลายๆคนทั่วโลก! ตั้งแต่อเมริกา แอฟริกา ยุโรป จนถึงเอเชีย ถ้าใครไม่รู้จะไปไหน ไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองดูไว้เป็นไกด์ไลน์ ส่วนใครที่อยากไปแต่ยังไม่มีโอกาส ไม่มีเงิน ไม่กล้า กลัว… ไม่เป็นไรนะ แต่อย่าลืมทดไว้ในใจก่อนล่ะ เผื่อมีโอกาสได้ไปเข้าสักวัน

1. Banana Pancake Trail

เส้นทางยอดฮิตของมือใหม่หัดเที่ยวแบกเป้ Banana Pancake Trail หรือก็คือ AEC บ้านเรานั่นเอง หลายๆคนอาจจะงงว่า ชื่อเรียกนี้มาจากอะไร ซึ่ง Banana Pancake นั้นไม่ใช่แพนเค้กกล้วยสวยๆในคาเฟ่เก๋ๆ แต่คือ โรตีกล้วยบ้านเรานั่นแหละ! อาหารทานเล่นยอดฮิตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปไหนก็เจอเลยเอามาตั้งชื่อซะเลย เส้นทางนี้เป็นที่นิยมเพราะว่าเดินทางง่าย ค่าครองชีพถูก ผู้คนเป็นมิตร และเป็นโซนที่อากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี ใครยังไม่เคยเที่ยวแถบนี้ต้องไปแล้วละ ของดีใกล้บ้านขนาดนี้

2. Trans-Siberian Railway

เส้นทางเดินรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก Trans-Siberian Railway ทางรถไฟสายหลักที่เชื่อมโยงฝั่งยุโรปและเอเชียของรัสเซีย ยาวเกือบหมื่นกิโลเมตร วิ่งผ่าน 2 ทวีป 7 โซนเวลา 87 เมือง ใช้เวลาเดินทางทั้งวันทั้งคืนเป็นอาทิตย์ ใครชอบนั่งรถไฟคงไม่พลาดเส้นทางยอดนิยมนี้ แต่ก็มีอีกเส้นทางหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือ Trans-Mongolian ซึ่งเริ่มวิ่งจากเมืองปักกิ่งของจีน ผ่านมองโกเลียแล้วค่อยเข้ารัสเซีย แต่ไม่ว่าจะรถไฟสายไหนก็สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าทวีปยุโรปได้ และแน่นอนว่านักเดินทางส่วนใหญ่ก็นั่งรถไฟเที่ยวยาวตั้งแต่จีนไปจนถึงอังกฤษนั่นแหละ!

3. Silk Road

เส้นทางสายไหม หรือ Silk Road เส้นทางโบราณที่เชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตก มีความยาวกว่า 6,000 กิโลเมตร ผ่านสภาพอากาศที่ต่างกันสุดขั้ว ทั้งทะเลทราย ทั้งภูเขาหิมะ ตั้งแต่จีนไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งชื่อเส้นทางสายไหมนี้ได้มาจาก การค้าผ้าไหมจีนที่รุ่งเรืองในสมัยก่อน ทั้งชาวจีน เปอร์เซีย กรีก โรมัน อินเดีย ต่างก็ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางกันทั้งนั้น เส้นทางสายไหมจึงเต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา รวมไปถึงธรรมชาติที่สวยงาม

4. Hippie Trail

Hippie Trail ชื่อก็บอกละว่า ฮิปปี้ แน่นอนว่าเส้นทางนี้เกิดขึ้นในช่วงยุค 60s – 70s ยุคที่ฮิปปี้กำลังเฟื่องฟู เต็มไปด้วยคนหนุ่มสาวที่รักอิสระ ไม่เอาสงคราม ต่อต้านสังคม มีเซ็กซ์เสรี เสพกัญชา และตั้งคำถามกับชีวิต จึงออกเดินทางแสวงหาไปทั่ว เลยเกิด Hippie Trail ขึ้นมา โดยเริ่มตั้งแต่อังกฤษยาวลงมาจนสุดที่ริมชายฝั่งทะเลเมือง GOA ของอินเดีย โดยการเดินทางเน้นใช้เงินให้น้อยที่สุด เดินทางให้นานที่สุด โบกรถ ค่ำไหนนอนนั่น กินง่ายอยู่ง่าย เรียกได้ว่าเป็นยุคบุกเบิกของการเที่ยวแบบแบคแพ็คที่ฮิตกันอยู่ในปัจจุบันนี้

5. Trans-Africa Trail

เส้นทางสุดโหดของทวีปแอฟริกา ตั้งแต่ตะวันออกไปตะวันตก ปกติแล้วคนจะนิยมเที่ยวทีละฝั่ง ไม่ฝั่งตะวันออก (อียิปต์-แอฟริกาใต้) ก็ฝั่งตะวันตก (โมร็อคโค-แอฟริกาใต้) ใครคิดว่ารวมทั้งสองฝั่งแล้วโหดเกินไปค่อยๆเก็บทีละฝั่งก็ได้ ฝั่งตะวันตกจะถูกกว่า ลุยกว่า แต่ใช้ระยะเวลาเดินทางมากกว่า ส่วนฝั่งตะวันออกจะแพงกว่านิดหน่อยแต่เดินทางสะดวกกว่า แต่ทั้งสองฝั่งนี้ไม่ควรพลาดจริงๆ เพราะทวีปแอฟริกา เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งแรกของโลก เป็นทวีปที่อุดมด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติและสัตว์ป่า ทั้งนี้ยังมีชนเผ่าดั้งเดิมน้อยใหญ่ต่างๆที่ยังดำรงชีวิตอยู่ทั่วไปในทวีปนี้

6. Gringo Trail

Gringo Trail อีกหนึ่งเส้นทางสุดคลาสสิคของละตินอเมริกา เป็นเส้นทางที่รวบรวมสถานที่สำคัญต่างๆของละตินอเมริกาไว้ด้วยกัน โดยเริ่มตั้งแต่อเมริกากลางไปสุดที่อเมริกาใต้ ยาวจากเม็กซิโกไปจนถึงบราซิล ผ่านดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณของชาวมายาและชาวอินคา ผ่านดินแดนที่มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดในโลก ผืนป่าลุ่มน้ำอเมซอนที่เต็มไปด้วยสัตว์และพืชที่ไม่สามารถพบได้ในที่อื่น ผ่านทุกสภาพแวดล้อม ทั้งภูเขาไฟ ธารน้ำแข็ง ทะเลทราย ถือเป็นเส้นทางที่มีความหลากหลายในทุกๆมิติ

7. Trans-American Trail

เส้นทางสุดท้าย Trans-American Trail เส้นทางการเดินทางข้ามรัฐตั้งแต่ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ไปฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของประเทศอเมริกา ถึงจะอยู่ในประเทศแต่ระยะทางจากทั้งสองฝั่งนั้นไม่ต่างอะไรจากการเดินทางข้ามทวีปเลย แน่นอนว่าถ้าพูดถึงการเดินทางในอเมริกา หลายๆคนคงนึกถึง Road Trip การขับรถเดินทางท่องเที่ยวไปในรัฐต่างๆ เส้นนี้เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่คนนิยมและยังสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศแคนาดาผ่านเส้น Trans-Canada ตระเวนเที่ยวไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ นอกจากมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแล้ว ถนนหนทางยังสะดวกสบาย เดินทางง่ายอีกด้วย